วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

Still Localization..

สวัสดีค่ะ ห่างหายจากการเขียนไปถึง2ปี คือเขียนแล้วลืมไปเลย จนบังเอิญเจอBlogของตัวเองวันนี้ ถึงกับตกใจว่า.. มีคนเข้ามาดูเหมือนกันแหะ เหตุผลที่หายไปอย่างหนึ่งคือ ในตอนนั้นยังไม่ค่อยมีคนสนใจ หรือรู้จักในเรื่อง Localization เท่าไหร่นัก ก็เลยอู้ไปเลย บวกกับช่วงนั้นยังใหม่และงานมาเยอะมากๆค่ะ ไม่ค่อยมีเวลา พอมาเห็นยอดวิววันนี้แล้วก็ดีใจที่มีคนสนใจในเรื่องนี้อยู่ อยากจะกลับมาเขียนต่อเลยค่ะ แต่ช่วงนี้ก็ยังไม่ค่อยว่างนะคะ ยังไงก็จะพยายามมาเพิ่มเรื่องราวเล็กๆน้อยๆที่มีประโยชน์ และมั่นใจกว่าตอนนั้นมาก อีกเหตุผลคือในตอนนั้นยังใหม่มาก กลัวถ่ายทอดข้อมูลไปไม่ถูกต้อง ซึ่งพอกลับไปอ่านแล้ว ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่สิ่งที่ถูกจริงๆอะค่ะ ไว้จะกลับมาเขียนแก้ตัวนะคะ อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่ได้เข้ามาอ่าน มีคำถาม หรือสงสัยอะไรในเรื่อง Localization ก็สามารถสอบถามได้ทางคอมเม้นนะคะ ถ้าตอบได้จะตอบนะคะ

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554

เริ่มต้นกับ Localization

Localization มีศัพท์เป็นภาษาไทยว่า "ท้องถิ่นวิวัตน์" หรือเขียนสั้นๆคือ L10N
ตอนแรกผู้เขียนงงมากว่า ทำไมต้อง L10N มันมาจากอะไร คืออะไร?

เมื่อไปหาข้อมูลก็ร้องอ๋อ เมื่อ L10N = LocalizatioN โดยเลข10นั้นหมายถึง จำนวนตัวอักษรที่สามารถแทนที่ระหว่าง'L'กับ'N' ของคำว่า Localization นั่นเอง เท่จริงๆ 

แล้วก็มี I18N ซึ่งก็คือคำว่า Internationalization ค่ะ หรือ G11N คือ Globalization และอีกมากมาย ถือเป็นความรู้เล็กๆน้อยๆไว้เจอที่ไหนจะได้ไม่งงเนอะ ^^

ส่วนความหมายของ Localization นั้นจะตรงข้ามกับคำว่า Globalization หรือโลกาภิวัตน์ที่คุ้นเคยกันมากกว่า เพราะสมัยนี้อะไรๆก็ต้อง Globalization ที่ต้องสามารถกระจายหรือเชื่อมโยงกันได้ทั่วโลก ทำให้โลกไร้พรมแดนอะไรประมาณนี้ใช่มั้ยคะ ถึงแม้ความหมายจะตรงข้ามแต่ประโยชน์นั้นเหมือนกันค่ะ แค่หลักการต่างกันเฉยๆ

โดยที่ Globalization มีหลักการที่จะต้องทำให้แพร่กระจายออกไปให้ทั่วโลก ยกตัวอย่าง เรามีบริษัทขายสินค้าที่อยากจะขยายการขายไปทั่วโลก บริษัทก็จะต้องทำ Globalization

ส่วน  Localization มีหลักการตรงข้ามกันคือ การลงสู่ระดับท้องถิ่น พูดไปแล้วก็งงๆ ผู้เขียนก็ยังงงๆอยู่เลยค่ะ ว่าสุดท้ายมันต่างกันยังไง แต่ยังไงก็ตามมันมีประโยชน์ในเรื่องของการสือสารเหมือนกันค่ะ เพราะเป็นการทำให้เราทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือภาษาอะไร

เพราะการทำ Localization ก็คือการแปลภาษานึงให้เป็นภาษานึง หรือหลายๆภาษานั่นเอง เพื่อที่จะให้เราสามารถเข้าใจสิ่งนั้นๆ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะรู้ทุกภาษาในโลก หรือแม้แต่ภาษาสากลก็ไม่ใช่ว่าจะพูดอ่านเขียนกันได้ทุกคน ดังนั้นการทำ Localization จึงมีประโยชน์มากค่ะ หากจะทำให้คนรับรู้สิ่งที่เราสื่อ

จึงเกิดอาชีพนักแปลขึ้นมาเพื่อที่จะมาแปลเป็นภาษาต่างๆ เข้าเรื่องซักทีจากที่เกริ่นมายาว

เดิมทีการแปลนั้นก็แปลก็ง่ายๆตรงๆ แล้วก็มีการพัฒนาการแปลตามการพัฒนาของเทคโนโลยี
เช่น แรกๆก็เขียนเอา ต่อมาก็พิมพ์ดีด ต่อมาก็ใช้พิมใส่Wordในคอมพิวเตอร์กันแล้ว แต่ไม่หยุดแค่นี้เพราะได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์มาเพื่ออำนวยความสะดวกในการแปล มีประโยชน์ให้กับทั้งนักแปลและบริษัทแปล

ปัจจุบันมีซอฟต์แวร์แบบนี้อยู่มากค่ะ ทั้งถูกทั้งแพง แบบฟรีก็มี แต่ก็ใช้กันอยู่ไม่กี่Tool เพราะประสิทธิภาพกับความนิยม

Tool พวกนี้จะมีประโยชน์อย่างไรกับนักแปลและบริษัทรับแปลหรือแม้กระทั่งบริษัทที่จ้างก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน บทความหน้าจะมากล่าวถึงค่ะ

ส่วนวันนี้ได้กล่าวถึงความหมายของ Localization และที่มา ที่จริงมีรายละเอียดมากมายค่ะ แต่ขอจบเพียงเท่านี้ก่อน ไว้นึกออกแล้วจะมาเขียนต่อนะคะ ส่วนผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยนะคะ เพราะผู้เขียนเป็นมือใหม่เช่นกัน แนะนำได้ค่ะ